# เพลงคริสต์มาสคลาสสิก (ตอนแรก): เนื้อเพลงอังกฤษ-จีนและที่มาของ 5 เพลง เช่น Silent Night และ Jingle Bells

> กำลังมองหาเพลงคริสต์มาสแบบดั้งเดิมที่เป็นที่นิยมอยู่หรือไม่ เราแนะนำ 5 เพลง ได้แก่ “Silent Night” “Jingle Bells” “O Holy Night” “Deck the Halls” “Joy to the World” พร้อมที่มาของเพลง ธีม และเนื้อเพลงคู่ภาษาอังกฤษและภาษาจีน

- URL: https://ambitious-learner.com/th/resources/classic-christmas-songs-part-1
- ผู้เขียน: ทีมบรรณาธิการ Ambitious Learner（學境遊學 Ambitious Learner）
- วันที่เผยแพร่: 2024-12-24
- อัปเดตล่าสุด: 2026-10-13
- หมวดหมู่: การเรียนภาษาอังกฤษ

## สรุปประเด็นสำคัญใน 30 วินาที

เพลงคริสต์มาสคลาสสิก 5 เพลง (ตอนแรก): แนะนำที่มา ความหมาย และเนื้อเพลงของ “Silent Night” “Jingle Bells” “O Holy Night” “Deck the Halls” และ “Joy to the World”

- **เพลงที่รวมอยู่**: ตอนแรกแนะนำเพลง “Silent Night” “Jingle Bells” “O Holy Night” “Deck the Halls” และ “Joy to the World”
- **“คืนเงียบสงัด” (Silent Night)**: ต้นฉบับของ “Silent Night” คือเพลงภาษาเยอรมัน “Stille Nacht” ขับร้องครั้งแรกที่ประเทศออสเตรียในปี 1818 โดยบาทหลวงโจเซฟ โมร์ (Joseph Mohr) เป็นผู้แต่งเนื้อร้อง และฟรันซ์ ซาเวอร์ กรูเบอร์ (Franz Xaver Gruber) เป็นผู้ประพันธ์ทำนอง
- **รายละเอียด**: มีเบื้องหลังและธีมของแต่ละเพลง พร้อมเนื้อเพลงที่มีคำแปลคู่กัน คุณจึงใช้เนื้อเพลงเรียนภาษาอังกฤษได้

## แนะนำเพลง ‘Silent Night’

#### 1. ที่มาของเพลง

‘Silent Night’ เป็นหนึ่งในเพลงแครอลคริสต์มาสที่มีชื่อเสียงที่สุดในโลก แต่งขึ้นในออสเตรียเมื่อปี 1818 จุดเริ่มต้นคือออร์แกนของโบสถ์เซนต์นิโคลัสเสีย บาทหลวง Joseph Mohr ในขณะนั้นจึงต้องการเพลงที่เรียบง่ายและศักดิ์สิทธิ์เพื่อฉลองคริสต์มาส Mohr เป็นผู้เขียนเนื้อร้อง นักดนตรี Franz Xaver Gruber เป็นผู้ประพันธ์ทำนอง และการแสดงครั้งแรกขับร้องโดยมีกีตาร์เป็นดนตรีประกอบ

ด้วยทำนองที่อ่อนโยนซึ้งใจและเนื้อร้องที่สื่อถึงสันติภาพ ความรัก และความหวัง เพลงนี้จึงกลายเป็นหนึ่งในสัญลักษณ์ของเทศกาลคริสต์มาส ปัจจุบันถูกแปลเป็นกว่า 300 ภาษา และเป็นที่รักของผู้คนทั่วโลก

#### 2. ธีมและความหมายของเพลง

- **สันติภาพ (Peace)** เนื้อเพลงท่อน “Sleep in heavenly peace” (หลับใหลในความสงบสุขจากสวรรค์) สื่อถึงความปรารถนาให้เกิดสันติภาพ ไม่ว่าจะในยุคสงครามหรือสังคมปัจจุบัน เพลง Silent Night ก็ได้ปลุกความหวังของผู้คนต่อสันติภาพโลกด้วยท่วงทำนองอันสงบ
- **ความรัก (Love)** เนื้อเพลงท่อน “Son of God, love’s pure light” (พระบุตรของพระเจ้า แสงสว่างบริสุทธิ์แห่งความรัก) เน้นย้ำความรักของพระเจ้าซึ่งเป็นแก่นของเทศกาลคริสต์มาส ความรักนี้ไม่เพียงเป็นการสรรเสริญพระเยซู แต่ยังเป็นสัญลักษณ์ของการที่ผู้คนเอาใจใส่และอุทิศตนให้กันและกันด้วย
- **ความรอด (Salvation)** เนื้อร้องท่อน “With the dawn of redeeming grace” (เมื่อรุ่งอรุณแห่งพระคุณที่ไถ่บาปมาถึง) สรรเสริญการประสูติของพระเยซูที่นำความรอดมาสู่มนุษยชาติ และเตือนให้เราหวงแหนพระคุณที่มีอยู่ในชีวิต

### คำศัพท์ภาษาอังกฤษที่เกี่ยวข้อง

- **Silent Night**: “คืนสงัด” เป็นชื่อเพลง สื่อถึงราตรีอันเงียบสงบและศักดิ์สิทธิ์
- **Virgin**: พระแม่มารี หมายถึงพระแม่มารีที่ปรากฏในเนื้อเพลง *Example*: The **Virgin** Mary is central to the story of Jesus’ birth. (พระแม่มารีเป็นบุคคลสำคัญในเรื่องราวการประสูติของพระเยซู)
- **Heavenly Peace**: สันติสุขจากสวรรค์ เป็นสัญลักษณ์ของความสงบและความผ่อนคลาย *ประโยคตัวอย่าง*: The song’s message of **heavenly peace** is timeless. (สารเรื่องสันติสุขจากสวรรค์ที่เพลงนี้สื่อออกมาเป็นสิ่งที่ไม่ล้าสมัย)
- **Redeeming Grace**: พระคุณแห่งการไถ่บาป หมายถึงการไถ่ที่พระเยซูทรงนำมาสู่โลก *Example*: The song highlights the importance of **redeeming grace**. (เพลงนี้เน้นความสำคัญของพระคุณแห่งการไถ่บาป)
- **Alleluia**: ฮัลเลลูยา คำทางศาสนาที่ใช้สรรเสริญพระเจ้า *Example*: The choir sang **Alleluia** in perfect harmony. (คณะนักร้องประสานเสียงขับร้อง “ฮัลเลลูยา” ด้วยความกลมกลืนอย่างสมบูรณ์แบบ)

[Kelly Clarkson - Silent Night (Official Video) ft. Trisha Yearwood, Reba McEntire](https://www.youtube.com/embed/5BRVkgaIcaE?feature=oembed)

Silent night, holy night,  
ราตรีอันเงียบสงบ ราตรีอันศักดิ์สิทธิ์  
All is calm, all is bright,  
ทุกสิ่งสงบสุข ทุกสิ่งเรืองรอง  
Round yon Virgin Mother and Child,  
รอบพระมารดาพรหมจารีและพระกุมาร  
Holy Infant so tender and mild,  
พระกุมารศักดิ์สิทธิ์ผู้อ่อนโยนและบริสุทธิ์  
Sleep in heavenly peace,  
หลับใหลในสันติสุขจากสวรรค์  
Sleep in heavenly peace.  
หลับใหลในสันติสุขจากสวรรค์

Silent night, holy night,  
ราตรีอันเงียบสงบ ราตรีอันศักดิ์สิทธิ์  
Shepherds quake at the sight,  
คนเลี้ยงแกะสั่นสะท้านต่อภาพที่เห็น  
Glories stream from heaven afar,  
รัศมีจากสวรรค์อันไกลโพ้นหลั่งไหลลงมา  
Heavenly hosts sing Alleluia,  
ทูตสวรรค์ขับร้องฮาเลลูยา  
Christ, the Saviour is born,  
พระคริสต์ พระผู้ช่วยให้รอด ประสูติแล้ว  
Christ, the Saviour is born.  
พระคริสต์ พระผู้ช่วยให้รอด ประสูติแล้ว

Silent night, holy night,  
ราตรีอันเงียบสงบ ราตรีอันศักดิ์สิทธิ์  
Son of God, love’s pure light,  
พระบุตรของพระเจ้า แสงสว่างบริสุทธิ์แห่งความรัก  
Radiant beams from Thy holy face,  
รัศมีเจิดจ้าจากพระพักตร์อันศักดิ์สิทธิ์ของพระองค์  
With the dawn of redeeming grace,  
พร้อมรุ่งอรุณแห่งพระคุณที่ไถ่บาป  
Jesus, Lord, at Thy birth,  
พระเยซูเจ้า ณ วันที่พระองค์ประสูติ  
Jesus, Lord, at Thy birth.  
พระเยซูเจ้า ณ วันที่พระองค์ประสูติ

### เนื้อเพลง ‘Jingle Bells’ อังกฤษ-ไทย พร้อมแนะนำเพลง

[Jingle Bells | The Tabernacle Choir](https://www.youtube.com/embed/eZrjtdRkwDA?feature=oembed)

#### เนื้อเพลงภาษาอังกฤษและคำแปล

**ท่อนที่ 1**  
Jingle bells, jingle bells, jingle all the way,  
กระดิ่งดังกริ๊ง กระดิ่งดังกริ๊ง ดังตลอดทาง  
Oh what fun it is to ride in a one-horse open sleigh, hey,  
โอ้ ช่างสนุกเหลือเกินที่ได้นั่งเลื่อนเปิดโล่งที่ใช้ม้าตัวเดียว เฮ้!  
Jingle bells, jingle bells, jingle all the way,  
กระดิ่งดังกริ๊ง กระดิ่งดังกริ๊ง ดังตลอดทาง  
Oh what fun it is to ride in a one-horse open sleigh.  
โอ้ ช่างสนุกเหลือเกินที่ได้นั่งเลื่อนเปิดโล่งที่ใช้ม้าตัวเดียว!

**ท่อนที่ 2**  
Dashing through the snow in a one-horse open sleigh,  
ควบฝ่าหิมะไปบนเลื่อนเปิดโล่งที่ใช้ม้าตัวเดียว  
O’er the fields we go, laughing all the way,  
เราข้ามทุ่งไปพลางหัวเราะตลอดทาง  
Bells on bobtails ring, making spirits bright,  
กระดิ่งบนหางม้าดังกังวาน ทำให้จิตใจแจ่มใส  
What fun it is to ride and sing, a sleighing song tonight.  
ช่างสนุกเหลือเกินที่ได้นั่งเลื่อนและร้องเพลงเลื่อนหิมะในคืนนี้!

**ท่อนฮุก**  
Jingle bells, jingle bells, jingle all the way,  
กระดิ่งดังกริ๊งกริ๊ง กระดิ่งดังกริ๊งกริ๊ง ดังตลอดทาง  
Oh what fun it is to ride in a one-horse open sleigh, hey,  
โอ สนุกเหลือเกินที่ได้นั่งเลื่อนเปิดโล่งที่ลากด้วยม้าตัวเดียว เฮ้!  
Jingle bells, jingle bells, jingle all the way,  
กระดิ่งดังกริ๊งกริ๊ง กระดิ่งดังกริ๊งกริ๊ง ดังตลอดทาง  
Oh what fun it is to ride in a one-horse open sleigh.  
โอ สนุกเหลือเกินที่ได้นั่งเลื่อนเปิดโล่งที่ลากด้วยม้าตัวเดียว

#### ที่มาและประวัติของเพลง

**ที่มาของเพลง:**  
“Jingle Bells” เป็นเพลงคริสต์มาสสุดคลาสสิกที่มีจังหวะสนุกสนาน James Pierpont แต่งขึ้นในปี 1857 ชื่อเดิมคือ “One Horse Open Sleigh” แรกเริ่มเพลงนี้ไม่ได้แต่งสำหรับคริสต์มาส แต่แต่งเพื่อฉลองวันขอบคุณพระเจ้า (Thanksgiving) ต่อมาด้วยท่วงทำนองที่สดใสและบรรยากาศที่รื่นเริง จึงถูกนำมาร้องในงานเฉลิมฉลองคริสต์มาสอย่างแพร่หลาย

#### ธีมและความหมายของเพลง

1. **ความสนุกในฤดูหนาว (Winter Fun):** เนื้อเพลงบรรยายภาพการนั่งเลื่อนหิมะที่ม้าตัวเดียวลากข้ามทุ่งหิมะ เต็มไปด้วยเสียงหัวเราะและความสนุก เป็นฉากคลาสสิกที่เป็นสัญลักษณ์ของความบันเทิงในหน้าหนาว
2. **บรรยากาศเทศกาล (Festive Atmosphere):** ‘Jingle Bells’ สร้างบรรยากาศเทศกาลที่สนุกสนานด้วยทำนองที่สดใสและเนื้อร้องที่เรียบง่าย เหมาะกับงานปาร์ตี้คริสต์มาสและกิจกรรมของชุมชน
3. **คำศัพท์สำคัญในเนื้อเพลง:**
   - **Jingle Bells**: เสียงกระดิ่งกรุ๋งกริ๋ง *ประโยคตัวอย่าง*: The sound of **jingle bells** fills the air during Christmas. (ในช่วงคริสต์มาส เสียงกระดิ่งดังก้องไปทั่ว)
   - **Sleigh**: เลื่อนหิมะ *Example*: Riding in a **sleigh** is a fun winter activity. (การนั่งเลื่อนหิมะเป็นกิจกรรมฤดูหนาวที่สนุก)
   - **Snow**: หิมะ *Example*: The fields were covered in **snow**, creating a winter wonderland. (ทุ่งนาถูกปกคลุมด้วยหิมะ เหมือนดินแดนมหัศจรรย์ในฤดูหนาว)
   - **Bobtail**: ม้าหางสั้น *Example*: The **bobtail** horse wore jingling bells on its harness. (ม้าหางสั้นมีกระดิ่งส่งเสียงกรุ๋งกริ๋งติดอยู่ที่เครื่องผูกม้า)

### เนื้อเพลง ‘O Holy Night’ อังกฤษ-ไทย

[Céline Dion - O Holy Night (from the 1998 "These are Special Times" TV special)](https://www.youtube.com/embed/Y1oLk54R5Xg?feature=oembed)

**ท่อนที่ 1**  
O Holy Night, the stars are brightly shining  
ค่ำคืนศักดิ์สิทธิ์ ดวงดาวส่องแสงสว่างไสว  
It is the night of our dear Savior’s birth.  
คืนนี้คือคืนที่พระผู้ช่วยให้รอดผู้เป็นที่รักของเราประสูติ  
Long lay the world in sin and error pining,  
โลกจมอยู่ในบาปและความผิดพลาดอย่างทุกข์ทรมานมานาน  
Till He appeared and the soul felt its worth.  
จนพระองค์ปรากฏ และวิญญาณจึงได้รู้คุณค่าของตน  
A thrill of hope, the weary world rejoices,  
ความหวังที่สั่นไหวในใจ โลกที่อ่อนล้าปีติยินดี  
For yonder breaks a new and glorious morn.  
เพราะรุ่งอรุณใหม่ที่เจิดจ้ากำลังมาถึงอยู่ไกล ๆ ตรงโน้น

**ท่อนฮุก**  
Fall on your knees,  
จงคุกเข่าลง  
O hear the angel voices,  
จงฟังเสียงขับร้องของเหล่าทูตสวรรค์  
O night divine,  
ค่ำคืนอันศักดิ์สิทธิ์  
O night when Christ was born.  
โอ ค่ำคืนที่พระคริสต์ประสูติ

**บทที่ 2**  
Truly He taught us to love one another,  
พระองค์ทรงสอนให้เรารักกันอย่างแท้จริง  
His law is love and His gospel is peace.  
กฎของพระองค์คือความรัก และข่าวประเสริฐของพระองค์คือสันติสุข  
Chains He shall break, for the slave is our brother,  
พระองค์จะทรงทำลายโซ่ตรวน เพราะทาสก็คือพี่น้องของเรา  
And in His name all oppression shall cease.  
และในพระนามของพระองค์ การกดขี่ทั้งปวงจะสิ้นสุดลง  
O the world, the star is sweetly gleaming,  
โอ้ ดวงดาวส่องแสงอ่อนโยนเหนือโลก  
Sweet hymns of joy in grateful chorus raise we.  
เราร้องเพลงสรรเสริญแห่งความสุขด้วยใจกตัญญู

**ท่อนฮุก**  
Fall on your knees,  
จงคุกเข่าลง  
O hear the angel voices,  
จงฟังเสียงขับร้องของเหล่าทูตสวรรค์  
O night divine,  
ค่ำคืนอันศักดิ์สิทธิ์  
O night when Christ was born.  
โอ ค่ำคืนที่พระคริสต์ประสูติ  
O night divine,  
ค่ำคืนอันศักดิ์สิทธิ์  
O night, O night divine.  
โอ ค่ำคืนอันศักดิ์สิทธิ์ ค่ำคืนอันศักดิ์สิทธิ์

#### 1. ที่มาของเพลง

‘O Holy Night’ เป็นเพลงแครอลคริสต์มาสสุดคลาสสิกที่แต่งขึ้นในฝรั่งเศสเมื่อปี 1847 ชื่อเดิมคือ ‘Cantique de Noël’ (บทสรรเสริญคริสต์มาส) กวี Placide Cappeau เป็นผู้แต่งเนื้อร้อง และนักประพันธ์เพลง Adolphe Adam เป็นผู้ใส่ทำนอง แต่เดิมแต่งขึ้นเพื่อฉลองพิธีมิสซาคริสต์มาสในโบสถ์ ต่อมาถูกแปลเป็นภาษาอังกฤษ และได้รับการเผยแพร่กว้างขวางขึ้นโดยนักดนตรีชาวอเมริกัน John Sullivan Dwight

เพลงนี้เป็นที่รู้จักจากทำนองที่สง่างามและเนื้อร้องที่ลึกซึ้ง หลอมรวมจิตวิญญาณทางศาสนากับจิตวิญญาณแห่งมนุษยธรรม จึงเป็นเพลงที่ขาดไม่ได้ในบรรดาเพลงแครอลคริสต์มาส

#### 2. ธีมและจิตวิญญาณของเพลง

**1. ความรอดและความหวัง (Redemption and Hope)**  
ท่อนเนื้อร้อง “Till He appeared and the soul felt its worth” (จนพระองค์ปรากฏ และวิญญาณจึงได้รู้คุณค่าของตน) เน้นความหมายที่การประสูติของพระเยซูคริสต์นำความรอดมาสู่มนุษยชาติ และจุดประกายความหวังให้โลกอีกครั้ง

**2. ความรักและสันติสุข (Love and Peace)**  
ท่อนเนื้อร้อง “His law is love and His gospel is peace” (กฎของพระองค์คือความรัก และข่าวประเสริฐของพระองค์คือสันติสุข) เน้นคุณค่าหลักในคำสอนของพระเยซู และเตือนให้ผู้คนรักกันและแสวงหาสันติสุขและความสามัคคี

**3. ความเท่าเทียมและอิสรภาพ (Equality and Freedom)**  
เนื้อเพลงท่อน “Chains He shall break, for the slave is our brother” (พระองค์จะทรงทำลายโซ่ตรวน เพราะทาสคือพี่น้องของเรา) กลายเป็นสัญลักษณ์สำคัญของขบวนการเลิกทาสในศตวรรษที่ 19 และสะท้อนความปรารถนาให้มนุษย์เท่าเทียมกัน

#### 3. การร้องเพลงในยุคปัจจุบันและอิทธิพล

‘O Holy Night’ เป็นเพลงยอดนิยมของคอนเสิร์ตคริสต์มาสสมัยใหม่ มีนักร้องและวงดนตรีชื่อดังมากมายนำไปขับร้อง เช่น มารายห์ แครีย์ (Mariah Carey), เซลีน ดิอองซ์ (Celine Dion) และ อันเดรีย โบเชลลี (Andrea Bocelli) การแสดงเหล่านี้ได้ให้ชีวิตใหม่แก่เพลงนี้ และทำให้บทเพลงอันยิ่งใหญ่นี้เป็นที่รู้จักกว้างขวางยิ่งขึ้น

สำหรับที่มาและประเพณีของคืนก่อนวันคริสต์มาส โปรดดู [อธิบายที่มาและประเพณีของคืนก่อนวันคริสต์มาส](https://ambitious-learner.com/resources/christmas-eve-origin-customs)

## เนื้อเพลง ‘Deck the Halls’ อังกฤษ-ไทย พร้อมคำอธิบาย

[Deck the Halls Dance | Christmas Dance Song Choreography | Christmas Dance Crew](https://www.youtube.com/embed/D4eNEJmMcnE?feature=oembed)

#### เนื้อเพลงภาษาอังกฤษและคำแปล

**ท่อนฮุก:**  
Fa la la la la, la la la la  
ฟา ลา ลา ลา ลา ลา ลา ลา ลา  
Fa la la la la, la la la la  
ฟา ลา ลา ลา ลา ลา ลา ลา ลา

**บทที่ 1:**  
Deck the halls with boughs of holly,  
ประดับห้องโถงด้วยกิ่งฮอลลี  
Fa la la la la, la la la la.  
ฟา ลา ลา ลา ลา, ลา ลา ลา ลา  
‘Tis the season to be jolly,  
ฤดูแห่งความสนุกสนานมาถึงแล้ว  
Fa la la la la, la la la la.  
ฟา ลา ลา ลา ลา, ลา ลา ลา ลา  
Don we now our gay apparel,  
มาสวมชุดสวยงามกันเถอะ  
Fa la la la la, la la la la.  
ฟา ลา ลา ลา ลา, ลา ลา ลา ลา  
Troll the ancient Yuletide carol,  
มาร้องเพลงคริสต์มาสแสนเก่าแก่กัน  
Fa la la la la, la la la la.  
ฟา ลา ลา ลา ลา, ลา ลา ลา ลา

**ท่อนที่ 2:**  
See the blazing yule before us,  
จงดูฟืนยูลที่ลุกโชนอยู่เบื้องหน้าเรา  
Fa la la la la, la la la la.  
ฟา ลา ลา ลา ลา, ลา ลา ลา ลา  
Strike the harp and join the chorus,  
จงดีดพิณและร่วมขับร้องประสานเสียง  
Fa la la la la, la la la la.  
ฟา ลา ลา ลา ลา, ลา ลา ลา ลา  
Follow me in merry measure,  
จงตามฉันมาด้วยจังหวะอันรื่นเริง  
Fa la la la la, la la la la.  
ฟา ลา ลา ลา ลา, ลา ลา ลา ลา  
While I tell of Yuletide treasure,  
ขณะที่ฉันเล่าถึงสมบัติแห่งเทศกาลยูลไทด์  
Fa la la la la, la la la la.  
ฟา ลา ลา ลา ลา, ลา ลา ลา ลา

**ท่อนที่ 3:**  
Fast away, the old year passes,  
ส่งปีเก่าที่กำลังผ่านไป  
Fa la la la la, la la la la.  
ฟา ลา ลา ลา ลา, ลา ลา ลา ลา  
Hail the new, ye lads and lasses,  
ต้อนรับปีใหม่เถิด หนุ่มสาวทั้งหลาย  
Fa la la la la, la la la la.  
ฟา ลา ลา ลา ลา, ลา ลา ลา ลา  
Sing we joyous all together,  
มาร้องเพลงอย่างสนุกสนานด้วยกัน  
Fa la la la la, la la la la.  
ฟา ลา ลา ลา ลา, ลา ลา ลา ลา  
Heedless of the wind and weather,  
ไม่ว่าลมหนาวหรือสภาพอากาศเลวร้ายก็ไม่สน  
Fa la la la la, la la la la.  
ฟา ลา ลา ลา ลา, ลา ลา ลา ลา

#### ที่มาของเพลง

‘Deck the Halls’ เป็นเพลงแครอลคริสต์มาสสุดคลาสสิก มีต้นกำเนิดจากทำนองดั้งเดิมของเวลส์ในศตวรรษที่ 16 ชื่อเดิมคือ ‘Nos Galan’ ต่อมาถูกเรียบเรียงเป็นฉบับภาษาอังกฤษและเพิ่มองค์ประกอบของคริสต์มาส จนกลายเป็นหนึ่งในเพลงคริสต์มาสที่รู้จักกันทั่วโลก

#### ธีมของเพลง

1. **การตกแต่งเทศกาล (Holiday Decorations)** “boughs of holly” (กิ่งฮอลลี) ในเนื้อเพลงเป็นสัญลักษณ์ของเครื่องประดับคริสต์มาสแบบดั้งเดิม ช่วยเพิ่มบรรยากาศการเฉลิมฉลองให้มากขึ้น
2. **ฤดูแห่งความสุข (Season of Joy)** “’Tis the season to be jolly” (ฤดูกาลแห่งการรื่นเริงมาถึงแล้ว) สื่อถึงจิตวิญญาณที่เปี่ยมด้วยความสุขของเทศกาล และเชิญชวนให้แบ่งปันความสุขในช่วงเวลาพิเศษนี้
3. **ดนตรีและการร้องประสานเสียง (Music and Singing)** เนื้อเพลงท่อน “Strike the harp and join the chorus” (ดีดพิณและร่วมขับร้องประสานเสียง) เน้นย้ำว่าดนตรีและการร้องเพลงขาดไม่ได้ในเทศกาลคริสต์มาส

#### คำศัพท์ภาษาอังกฤษสำคัญที่ปรากฏในเนื้อเพลง

1. **Deck (ประดับตกแต่ง)**
   - ความหมาย: การตกแต่งห้องหรือสถานที่ด้วยของประดับ
   - ตัวอย่างประโยค: We will **deck** the halls with lights and garlands. (เราจะตกแต่งห้องโถงด้วยแสงไฟและพวงมาลัย)
2. **Holly (ต้นฮอลลี)**
   - ความหมาย: พืชที่มีผลสีแดง มักใช้ตกแต่งคริสต์มาส
   - ตัวอย่างประโยค: The table was decorated with **holly** and candles. (โต๊ะถูกตกแต่งด้วยต้นฮอลลีและเทียน)
3. **Yuletide (ช่วงเทศกาลคริสต์มาส)**
   - ความหมาย: คริสต์มาสและช่วงเทศกาลก่อนและหลังคริสต์มาส
   - ตัวอย่างประโยค: The carol celebrates the joy of the **Yuletide** season. (เพลงแครอลบทนี้ขับขานความสุขในช่วงเทศกาลคริสต์มาส)
4. **Apparel (เครื่องแต่งกาย)**
   - ความหมาย: เสื้อผ้าที่สวมใส่ในโอกาสเฉลิมฉลองหรือชุดแต่งตัวสวยงาม
   - ประโยคตัวอย่าง: Don your festive **apparel** for the Christmas party. (สวมชุดเทศกาลไปงานปาร์ตี้คริสต์มาสกันเถอะ)
5. **Chorus (ท่อนร้องประสาน)**
   - ความหมาย: ท่อนในเพลงที่ทุกคนร้องพร้อมกัน
   - ตัวอย่างประโยค: The choir sang the **chorus** beautifully. (คณะนักร้องประสานเสียงร้องท่อนคอรัสได้อย่างงดงาม)

## เนื้อเพลง ‘Joy to the World’ อังกฤษ-ไทย

[Joy To The World (Live At The Helix In Dublin, Ireland/2013)](https://www.youtube.com/embed/VDmIddF7DfQ?feature=oembed)

Joy to the world! the Lord is come;  
ชาวโลกจงยินดี! องค์พระผู้เป็นเจ้าเสด็จมาแล้ว  
Let earth receive her King;  
แผ่นดินโลกจงต้อนรับกษัตริย์ของตน  
Let every heart prepare Him room,  
ขอให้ทุกดวงใจเตรียมที่ไว้ต้อนรับพระองค์  
And heaven and nature sing,  
ฟ้าสวรรค์และธรรมชาติร่วมขับร้อง  
And heaven and nature sing,  
ฟ้าสวรรค์และธรรมชาติร่วมขับร้อง  
And heaven, and heaven and nature sing.  
ฟ้าสวรรค์ ฟ้าสวรรค์และธรรมชาติร่วมขับร้อง

**บทที่ 2 (Verse 2):**

Joy to the earth! the Savior reigns;  
จงยินดีเถิด แผ่นดินโลก! พระผู้ช่วยให้รอดทรงครอบครอง  
Let men their songs employ;  
มวลมนุษย์จงถวายบทเพลงสรรเสริญ  
While fields and floods,  
ทั้งทุ่งนาและสายน้ำ  
Rocks, hills and plains  
ก้อนหิน เนินเขา และที่ราบ  
Repeat the sounding joy,  
ก้องซ้ำความยินดีที่ดังกังวาน  
Repeat the sounding joy,  
ก้องซ้ำความยินดีที่ดังกังวาน  
Repeat, repeat the sounding joy.  
ซ้ำแล้วซ้ำเล่า ก้องความยินดีที่ดังกังวาน

**บทที่ 3 (Verse 3):**

Joy to the world! the Lord is come;  
ชาวโลกจงยินดี! องค์พระผู้เป็นเจ้าเสด็จมาแล้ว  
Let earth receive her King;  
แผ่นดินโลกจงต้อนรับกษัตริย์ของตน  
Let every heart prepare Him room,  
ขอให้ทุกดวงใจเตรียมที่ไว้ต้อนรับพระองค์  
And heaven and nature sing,  
ฟ้าสวรรค์และธรรมชาติร่วมขับร้อง  
And heaven and nature sing,  
ฟ้าสวรรค์และธรรมชาติร่วมขับร้อง  
And heaven, and heaven and nature sing.  
ฟ้าสวรรค์ ฟ้าสวรรค์และธรรมชาติร่วมขับร้อง

**บทที่ 4 (Verse 4):**

He rules the world with truth and grace,  
พระองค์ทรงปกครองโลกด้วยความจริงและพระคุณ  
And makes the nations prove  
และทรงให้ประชาชาติทั้งหลายได้เห็นประจักษ์  
The glories of His righteousness,  
ถึงพระเกียรติแห่งความชอบธรรมของพระองค์  
And wonders of His love,  
และความอัศจรรย์แห่งความรักของพระองค์  
And wonders of His love,  
และความอัศจรรย์แห่งความรักของพระองค์  
And wonders, wonders of His love.  
และความอัศจรรย์ ความอัศจรรย์แห่งความรักของพระองค์

**ท่อนสุดท้าย (Final Verse):**

Joy to the world! the Lord is come;  
ชาวโลกจงยินดี! องค์พระผู้เป็นเจ้าเสด็จมาแล้ว  
Let earth receive her King;  
แผ่นดินโลกจงต้อนรับกษัตริย์ของตน  
Let every heart prepare Him room,  
ขอให้ทุกดวงใจเตรียมที่ไว้ต้อนรับพระองค์  
And heaven and nature sing,  
ฟ้าสวรรค์และธรรมชาติร่วมขับร้อง  
And heaven and nature sing,  
ฟ้าสวรรค์และธรรมชาติร่วมขับร้อง  
And heaven, and heaven and nature  
ฟ้าสวรรค์ ฟ้าสวรรค์และธรรมชาติ  
Heaven and nature sing,  
ฟ้าสวรรค์และธรรมชาติร่วมขับร้อง  
And heaven and nature sing,  
ฟ้าสวรรค์และธรรมชาติร่วมขับร้อง  
And heaven, and heaven and nature sing.  
ฟ้าสวรรค์ ฟ้าสวรรค์และธรรมชาติร่วมขับร้อง “Joy to the World” เป็นเพลงคริสต์มาสคลาสสิก เนื้อร้องต้นฉบับเขียนโดย Isaac Watts ในปี 1719 บรรยายการเสด็จมาของพระเยซูคริสต์และการครอบครองของพระองค์ในรูปแบบบทกวี ทำนองที่นิยมร้องกันในปัจจุบัน โดยทั่วไปเชื่อว่าเป็นเวอร์ชันที่นักดนตรีชาวอเมริกัน Lowell Mason เรียบเรียงและเผยแพร่ในช่วงทศวรรษ 1830 ในอดีตเคยมีการกล่าวว่านำมาจาก Messiah ของฮันเดล (George Frideric Handel) คีตกวีที่เกิดในเยอรมนีและใช้ชีวิตส่วนใหญ่ในอังกฤษ แต่ข้อสันนิษฐานนี้ยังไม่มีข้อสรุป แม้ทำนองนี้จะไม่ได้แต่งขึ้นเพื่อเพลงนี้ตั้งแต่แรก แต่ปัจจุบันก็แยกจาก “Joy to the World” ไม่ออกแล้ว

เนื้อเพลงนี้เต็มไปด้วยความยินดีและการสรรเสริญ เน้นย้ำความยิ่งใหญ่ของการเสด็จมาของพระเยซู และสันติสุขกับพรที่พระองค์ทรงนำมา วลี “Joy to the world” (จงชื่นชมยินดีเถิด ชาวโลก) ในเนื้อเพลงสื่อถึงสรรพสิ่งที่ร่วมเฉลิมฉลองการเสด็จมาของพระเยซูคริสต์ในโลกนี้ ส่วน “Let every heart prepare Him room” (ขอให้ทุกดวงใจเตรียมที่ไว้ต้อนรับพระองค์) สื่อว่าทุกคนควรเปิดใจรับการเสด็จมาของพระองค์ และรับความรักกับพระคุณของพระองค์

เพลงนี้มักถูกขับร้องในการเฉลิมฉลองคริสต์มาสของคริสต์ศาสนา และกลายเป็นหนึ่งในเพลงคริสต์มาสที่คนรักมากที่สุดในโลก ด้วยจังหวะที่หนักแน่นและทำนองที่เปี่ยมสุข จึงเป็นเพลงมาตรฐานที่ส่งมอบพรและความสุขในเทศกาลคริสต์มาส และถูกขับร้องในหลายภาษา ทุกปีเมื่อถึงคริสต์มาส ไม่ว่าจะในพิธีที่โบสถ์หรือการรวมตัวของครอบครัว ก็จะได้ยินทำนองเพลงนี้ดังขึ้น

**ภาพรวม:**  
เนื้อเพลง “Joy to the World” แสดงความยินดีและการสรรเสริญการเสด็จมาของพระเยซู เน้นว่าพระเยซูทรงปกครองโลกด้วยความจริงและพระคุณ นำสันติสุขและความปีติมาให้ ด้วยท่วงทำนองที่เต็มไปด้วยบรรยากาศเฉลิมฉลองและถ้อยคำเชิงบวก เพลงนี้เชิญชวนผู้คนให้เตรียมที่ในใจเพื่อต้อนรับพระเจ้า และสรรเสริญการเสด็จมาของพระองค์ไปพร้อมกับธรรมชาติ

[5 เพลงคริสต์มาสคลาสสิก (ตอนที่ 2)](https://ambitious-learner.com/resources/classic-christmas-songs-part-2)

บทความที่เกี่ยวข้อง: [คำศัพท์ภาษาอังกฤษเกี่ยวกับกิจกรรมคริสต์มาสที่เป็นที่นิยม](https://ambitious-learner.com/resources/christmas-activities-vocabulary)

## คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

### เพลงคริสต์มาสคลาสสิกมีอะไรบ้าง

เพลงคริสต์มาสดั้งเดิมมี “Silent Night” “Jingle Bells” “O Holy Night” “Deck the Halls” “Joy to the World” เป็นต้น และในตอนต่อไปยังแนะนำ “Hark! The Herald Angels Sing” “We Wish You a Merry Christmas” “The First Noel” ด้วย

### ชื่อภาษาอังกฤษของ “คืนเงียบสงัด” คืออะไร

คือ “Silent Night” ต้นฉบับเป็นภาษาเยอรมันว่า “Stille Nacht”

### “Jingle Bells” เดิมเป็นเพลงคริสต์มาสหรือเปล่า

ชื่อเดิมคือ “One Horse Open Sleigh” เป็นเพลงที่ร้องถึงความสนุกของการเล่นเลื่อนหิมะในฤดูหนาว ต่อมากลายเป็นหนึ่งในเพลงที่ฟังกันมากที่สุดในช่วงคริสต์มาส
