# ตงจื้อปี 2026 ตรงกับวันที่เท่าไร ที่มา ธรรมเนียม และภาษาอังกฤษ Winter Solstice

> ตงจื้อ (冬至) ปี 2026 ตรงกับวันอังคารที่ 22 ธันวาคม เวลา 4:50 น. ตามเวลาไต้หวัน เป็นวันที่กลางวันสั้นที่สุดในซีกโลกเหนือ รวบรวมความหมายและที่มาของตงจื้อ ธรรมเนียมการกินทังหยวน (湯圓) และเกี๊ยว รวมถึงคำภาษาอังกฤษเกี่ยวกับตงจื้อและทังหยวน

- URL: https://ambitious-learner.com/th/resources/winter-solstice-origin-customs
- ผู้เขียน: ทีมบรรณาธิการ Ambitious Learner（學境遊學 Ambitious Learner）
- วันที่เผยแพร่: 2024-12-24
- อัปเดตล่าสุด: 2026-10-13
- หมวดหมู่: การเรียนภาษาอังกฤษ

## สรุปประเด็นสำคัญใน 30 วินาที

ตงจื้อ (Winter Solstice) เป็นหนึ่งในเทศกาลตามฤดูกาลที่เป็นตัวแทนมากที่สุดของ 24 เทศกาลตามฤดูกาลของจีน (the 24 Solar Terms) โดยปกติตรงกับวันที่ 21 หรือ 22 ธันวาคมของทุกปี ในซีกโลกเหนือ (Northern Hemisphere) เป็นวันที่กลางวันสั้นที่สุดในรอบปี (shortest daylight) และกลางคืนยาวที่สุด (longest night) แสดงถึงจุดสุดขั้วของแสงสว่างและความมืดในธรรมชาติ คำว่า “solstice” ในภาษาอังกฤษมาจากภาษาละติน “sol” (ดวงอาทิตย์, sun) และ “sistere” (หยุดนิ่ง, stand still) หมายถึงปรากฏการณ์ที่ในวันนี้ดวงอาทิตย์ดูเหมือนหยุดเคลื่อนลงทางใต้ แล้วเริ่มกลับขึ้นเหนือ (reverse its path northward)

- **ตงจื้อปี 2026 ตรงกับวันที่เท่าไร**: ตงจื้อ (冬至) ปี 2026 ตรงกับวันอังคารที่ 22 ธันวาคม เวลา 4:50 น. ตามเวลาไต้หวัน ตงจื้อตรงกับวันที่ 21 หรือ 22 ธันวาคมของทุกปี
- **ตงจื้อ (冬至) หมายความว่าอย่างไร?**: ตงจื้อเป็นหนึ่งใน 24 เทศกาลตามฤดูกาล (二十四節氣) เป็นวันที่ในซีกโลกเหนือกลางวันสั้นที่สุดและกลางคืนยาวที่สุด หลังจากวันนี้กลางวันจะค่อยๆ ยาวขึ้น
- **ภาษาอังกฤษพูดว่าอย่างไร**: วันตงจื้อในภาษาอังกฤษคือ Winter Solstice คำว่า solstice มาจากภาษาละติน sol (ดวงอาทิตย์) และ sistere (หยุดนิ่ง)
- **วันตงจื้อกินอะไร?**: ในไต้หวันและจีนตอนใต้นิยมกินทังหยวน (湯圓) ส่วนทางเหนือนิยมกินเกี๊ยว ทังหยวนในภาษาอังกฤษเรียกว่า tangyuan หรือ glutinous rice balls

## บทนำ

> ตงจื้อ (Winter Solstice) เป็นหนึ่งในเทศกาลตามฤดูกาลที่เป็นตัวแทนมากที่สุดของ 24 เทศกาลตามฤดูกาลของจีน (the 24 Solar Terms) โดยปกติตรงกับวันที่ 21 หรือ 22 ธันวาคมของทุกปี ในซีกโลกเหนือ (Northern Hemisphere) เป็นวันที่กลางวันสั้นที่สุดในรอบปี (shortest daylight) และกลางคืนยาวที่สุด (longest night) แสดงถึงจุดสุดขั้วของแสงสว่างและความมืดในธรรมชาติ คำว่า “solstice” ในภาษาอังกฤษมาจากภาษาละติน “sol” (ดวงอาทิตย์, sun) และ “sistere” (หยุดนิ่ง, stand still) หมายถึงปรากฏการณ์ที่ในวันนี้ดวงอาทิตย์ดูเหมือนหยุดเคลื่อนลงทางใต้ แล้วเริ่มกลับขึ้นเหนือ (reverse its path northward)

> ในวัฒนธรรมจีนดั้งเดิม วันตงจื้อเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่หยินและหยางสลับกัน เป็นสัญลักษณ์ของความสมดุลระหว่างหยินหยาง (the balance of yin and yang) และการฟื้นคืนของพลังหยาง (yang energy) วันนี้ถือเป็นจุดเปลี่ยนของปี แทนความหวัง (hope) และการเกิดใหม่ (renewal) ให้พลังใหม่ (strength during winter months) แก่ผู้คนในช่วงฤดูหนาวอันโหดร้าย สำหรับคนโบราณ วันตงจื้อไม่ได้เป็นเพียงปรากฏการณ์ทางดาราศาสตร์ (astronomical phenomenon) แต่เป็นเทศกาลที่เต็มไปด้วยความหมายเชิงปรัชญาและมนุษยธรรม (a festival rich in philosophy and cultural significance) เตือนให้เราดำเนินชีวิตตามจังหวะของธรรมชาติ และให้คุณค่ากับการกลับมาของแสงสว่างและความอบอุ่น

## 2. ธรรมเนียมดั้งเดิมของเทศกาลตงจื้อ (冬至)

### 2.1 ความหมายทางวัฒนธรรมของการไหว้บรรพบุรุษในวันตงจื้อ (冬至)

การบูชาบรรพบุรุษ (ancestral worship) เป็นหนึ่งในประเพณีที่สำคัญที่สุดของเทศกาลตงจื้อ แสดงถึงความเคารพต่อบรรพบุรุษ (respect for ancestors) และความกตัญญู (gratitude) ธรรมเนียมนี้ให้ความสำคัญกับค่านิยมของครอบครัว (family values) และการสืบทอดวัฒนธรรม (cultural inheritance)  
ในพิธีบูชา (ancestral rites) โดยทั่วไปจะจุดธูป (burning incense) ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของการสื่อสารกับบรรพบุรุษ และถวายผลไม้ ขนม และเนื้อสัตว์เป็นเครื่องเซ่นไหว้ (offering sacrifices) เพื่อแสดงความขอบคุณ ท้ายที่สุดทั้งครอบครัวจะร่วมรับประทานอาหารมื้อใหญ่ด้วยกัน (sharing a family feast) ทำให้ความสามัคคีในครอบครัว (family unity) และสายสัมพันธ์ระหว่างรุ่น (intergenerational connection) แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น การบูชาบรรพบุรุษไม่เพียงแสดงความเคารพต่อวัฒนธรรมประเพณี แต่ยังเสริมสายใยทางจิตใจ (emotional bonds) ระหว่างสมาชิกในครอบครัวด้วย

### 2.2 ที่มาและความหมายของการกินทังหยวน (湯圓) ในวันตงจื้อ

ในภาคใต้ของจีน การกินทังหยวน (湯圓, Tangyuan, sweet glutinous rice balls / ขนมบัวลอยไส้หวาน) ในวันตงจื้อเป็นกิจกรรมตามประเพณีที่มีความหมาย (meaningful festive activity) ด้วยรูปทรงกลม (round shape) ทังหยวนจึงเป็นสัญลักษณ์ของการรวมญาติ (reunion) และความกลมเกลียว (harmony) ถือเป็นเครื่องหมายของความสุขในครอบครัว (family happiness) และความสมบูรณ์พูนสุข (fulfillment)  
ไส้ของทังหยวนมีหลากหลาย ไส้ยอดนิยมได้แก่ งาดำบด (sesame paste) ถั่วลิสง (peanut butter) ถั่วแดง (red bean paste) และมะพร้าวขูด (coconut shreds) รสชาติเหล่านี้ไม่เพียงให้ความเพลิดเพลินทางรสสัมผัสที่อุดมสมบูรณ์ (rich taste experience) แต่ยังช่วยเพิ่มบรรยากาศเทศกาลของวันตงจื้อ (festive atmosphere) การทำและกินทังหยวนยังเป็นส่วนหนึ่งของการใช้เวลาร่วมกันในครอบครัว (family interaction) ช่วยเพิ่มความใกล้ชิดผูกพัน (sense of closeness) ในครอบครัว

### 2.3 วัฒนธรรมการกินเกี๊ยวในวันตงจื้อของภาคเหนือของจีน

ในภาคเหนือของจีน การกินเกี๊ยว (Dumplings) ในวันตงจื้อเป็นประเพณีที่มีความหมายเชิงสัญลักษณ์อย่างมาก (symbolic custom) รูปทรงของเกี๊ยวคล้ายแท่งทองคำโบราณ (gold ingots) จึงถือเป็นสัญลักษณ์ของความมั่งคั่ง (wealth) และความรุ่งเรือง (prosperity) ตามตำนานเล่าว่า ประเพณีนี้เริ่มจากจางจ้งจิ่ง (Zhang Zhongjing) ผู้ได้รับการยกย่องเป็นปราชญ์แห่งการแพทย์ ใช้เกี๊ยวรักษาอาการหูเป็นแผลจากความหนาวเย็น (frostbite of ears) ตั้งแต่นั้นมา เกี๊ยวก็กลายเป็นอาหารตัวแทนของการขับไล่ความหนาว (ward off cold) และการรักษาความอบอุ่น (keep warm)  
ไส้เกี๊ยว (dumpling fillings) มีทั้งหมู (pork) กุยช่าย (chives) ผักกาดขาว (cabbage) และหัวหอม (onions) เป็นต้น วัตถุดิบเหล่านี้เป็นสัญลักษณ์ของโภชนาการที่อุดมสมบูรณ์ (rich nutrition) และชีวิตที่พรั่งพร้อม (abundance in life) การกินเกี๊ยวในวันตงจื้อไม่ได้เป็นเพียงการเพลิดเพลินกับรสชาติอร่อย (culinary enjoyment) แต่ยังแฝงความปรารถนาให้ปีหน้าอุดมสมบูรณ์ (hope for prosperity) อีกด้วย

## 3. การบำรุงสุขภาพช่วงเทศกาลตงจื้อ (冬至)

### 3.1 มุมมองการบำรุงสุขภาพตามแพทย์แผนจีนจากการบำรุงร่างกายช่วงตงจื้อ (冬至)

ในการแพทย์แผนจีน (Traditional Chinese Medicine, TCM) วันตงจื้อ (冬至) ถือเป็นช่วงเวลาที่เหมาะที่สุดของปีในการบำรุงร่างกาย (nourishing the body) (optimal timing for nourishment) การดูแลสุขภาพช่วงฤดูหนาว (winter health preservation) เน้นการดำเนินชีวิตตามจังหวะของธรรมชาติ (aligning with natural rhythms) โดยการเติมพลังงาน (replenishing energy) และปรับสมดุลหยินหยางของร่างกาย (balancing yin and yang) เพื่อสะสมพลังงานไว้รับมือกับฤดูหนาวที่หนาวเหน็บ (prepare for harsh winter conditions)  
อาหารบำรุงที่พบบ่อยได้แก่ ซุปเนื้อแกะ (mutton soup) ที่เชื่อกันว่าช่วยทำให้ร่างกายอบอุ่น (warm the body) และขับไล่ความเย็น (dispel coldness) ชาพุทราแดง (red date tea) ที่ช่วยบำรุงเลือดและลมปราณ (replenish blood and qi) และซุปเก๋ากี้ (goji berry soup) ที่รู้จักกันดีในเรื่องคุณสมบัติต้านอนุมูลอิสระ (antioxidant properties) และช่วยเสริมภูมิคุ้มกัน (boost the immune system) อาหารเหล่านี้ไม่เพียงช่วยให้การไหลเวียนโลหิตดีขึ้น (improve blood circulation) แต่ยังช่วยยกระดับสุขภาพโดยรวม (enhance overall health) อีกด้วย

### 3.2 วัตถุดิบหลักที่ใช้ในอาหารบำรุงสุขภาพช่วงตงจื้อ (冬至)

อาหารบำรุงสุขภาพในวันตงจื้อให้ความสำคัญกับการเลือกวัตถุดิบที่ทำให้ร่างกายอบอุ่นและมีคุณค่าทางโภชนาการ (warming and nourishing ingredients) วัตถุดิบเหล่านี้เชื่อกันว่าช่วยสนับสนุนสมดุลตามธรรมชาติของร่างกาย (support the body’s natural balance)

- **ขิง (Ginger)**: มีสรรพคุณช่วยให้ร่างกายอบอุ่น (warming properties) และกระตุ้นการไหลเวียนของเลือด (stimulating blood circulation) จึงเหมาะเป็นพิเศษในฤดูหนาว
- **งาดำ (Black Sesame)**: อุดมด้วยวิตามินและแร่ธาตุ (rich in vitamins and minerals) และเชื่อกันว่ามีผลชัดเจนในการบำรุงเส้นผมและผิวพรรณ (nourishing hair and skin)
- **ลำไย (Longan)**: วัตถุดิบดั้งเดิมที่รู้จักกันในเรื่องการบำรุงเลือดและลมปราณ (enhancing blood and qi flow) เหมาะกับผู้ที่ร่างกายอ่อนแอ (suitable for those with weak constitutions)
- **พุทราจีน (Red Dates)**: ช่วยบรรเทาความเหนื่อยล้า (relieve fatigue) และเสริมภูมิคุ้มกัน (boost immunity) เป็นวัตถุดิบบำรุงร่างกาย (popular tonic) ที่นิยมใช้ในอาหารตามแนวการแพทย์แผนจีน

เมื่อจับคู่วัตถุดิบเหล่านี้ได้อย่างลงตัว คุณจะได้ทั้งการบำรุงสุขภาพและการดูแลร่างกายในวันตงจื้อ (achieve both health preservation and nourishment) อาหารวันตงจื้อไม่เพียงช่วยให้ร่างกายอบอุ่น แต่ยังเติมพลัง (strength) เพื่อรับมือกับฤดูหนาวที่เหน็บหนาว (defend against cold winters)

## 4. ความหมายในยุคปัจจุบันของตงจื้อ (冬至)

### 4.1 เหตุใดตงจื้อ (冬至) จึงกลายเป็นวันสำคัญที่ครอบครัวมารวมตัวกัน

วันตงจื้อเป็นวันพิเศษที่ครอบครัวมารวมตัวกัน (family reunion) (special occasion) เป็นสัญลักษณ์ของความผูกพันในครอบครัว (connection) และการกระชับสายสัมพันธ์ทางใจ (deepen emotional ties) ในวันนี้หลายครอบครัวจะช่วยกันเตรียมอาหารประจำเทศกาล (prepare festive dishes) เช่น ทังหยวน (Tangyuan) และเกี๊ยว (Dumplings) อาหารเหล่านี้ไม่เพียงมีความหมายเชิงสัญลักษณ์ทางวัฒนธรรม (symbolic cultural meaning) แต่ยังถ่ายทอดจิตวิญญาณของความสุข (happiness) และความสามัคคี (unity) ด้วย  
การแบ่งปันอาหารเหล่านี้กับคนที่รัก (sharing these meals with loved ones) ไม่เพียงเสริมสายสัมพันธ์ในครอบครัว (strengthen family bonds) แต่ยังเพิ่มความอบอุ่นให้ฤดูหนาวที่หนาวเย็น (add warmth to the cold winter) ในปัจจุบัน ประเพณีการรวมตัวของครอบครัว (tradition of family reunion) นี้ถือเป็นจิตวิญญาณหลัก (core spirit) ของวันตงจื้อ และเตือนให้เราให้คุณค่ากับทุกช่วงเวลาที่อยู่กับครอบครัว (cherish every moment with family)

### 4.2 วิธีฉลองตงจื้อ (冬至) ในวัฒนธรรมต่าง ๆ

วันตงจื้อเป็นวันสำคัญของโลก (a globally significant day) และในแต่ละวัฒนธรรมก็มีวิธีเฉลิมฉลองที่หลากหลาย (diverse ways of celebration)

- **ญี่ปุ่น**: วันตงจื้อเรียกว่า “โทจิ (Toji)” ผู้คนจะแช่น้ำอุ่นใส่ส้มยูซุ (yuzu bath) เชื่อกันว่าการแช่น้ำยูซุช่วยขจัดความหนาว (ward off cold) ส่งเสริมสุขภาพ (promote health) และเสริมภูมิคุ้มกัน (boost immunity) กลิ่นหอมของส้มยูซุ (citrus aroma) เป็นสัญลักษณ์ของความสดชื่นและสุขภาพ (freshness and health)
- **ยุโรปเหนือ**: ครีษมายันเชื่อมโยงอย่างลึกซึ้งกับ “เทศกาลยูล” (Yule Festival) ซึ่งเป็นเทศกาลฉลองการกลับมาของแสงสว่าง (the return of light) ผู้คนจุดกองไฟ (bonfires) หรือประกอบพิธีด้วยแสงเทียน (candlelit ceremonies) เป็นสัญลักษณ์ของการขับไล่ความมืด (banishing darkness) และต้อนรับความหวังของปีใหม่ (welcoming the hope of a new year)
- **ประเทศตะวันตก**: ในบางพื้นที่ของตะวันตก วันตงจื้อตรงกับงานเฉลิมฉลองก่อนคริสต์มาส (pre-Christmas festivities) โดยให้ความสำคัญกับจิตวิญญาณแห่งเทศกาล (festive spirit) ของการแบ่งปันและการใส่ใจ (sharing and caring)

ธรรมเนียมการเฉลิมฉลองในวัฒนธรรมต่าง ๆ (customs across cultures) สะท้อนถึงการสะท้อนก้องของวันตงจื้อไปทั่วโลก (universal resonance) แม้รูปแบบจะต่างกัน แต่บอกเราว่าวันนี้เต็มไปด้วยความหวัง (hope) และสัญลักษณ์แห่งการเริ่มต้นใหม่ (symbolism of renewal) เสมอ

### 4.3 จะสืบทอดจิตวิญญาณของตงจื้อ (冬至) ในชีวิตสมัยใหม่ได้อย่างไร

ในปัจจุบัน ความหมายดั้งเดิมของเทศกาลตงจื้อ (traditional significance of Winter Solstice) ได้รับการสืบทอด (sustained) ผ่านนวัตกรรมและการผสมผสาน (innovation and integration)

- **กิจกรรมชุมชน (Community Events)**: หลายชุมชนจัดเทศกาลตงจื้อ (Winter Solstice festivals) มีทั้งการแสดงไฟ (light shows) การแสดงทางวัฒนธรรม (cultural performances) และกิจกรรมชิมอาหาร (food tasting events) เพื่อเฉลิมฉลองวันนี้
- **กิจกรรมการกุศล (Charitable Deeds)**: ตงจื้อถือเป็นวันแห่งการแบ่งปันและการเอาใจใส่ (sharing and caring) ผู้คนสามารถร่วมบริจาค (donations) หรือทำกิจกรรมอาสาสมัคร (volunteering) เพื่อช่วยเหลือผู้ที่ต้องการความช่วยเหลือ (help those in need)
- **กิจกรรมครอบครัว (Family Activities)**: ผ่านกิจกรรมง่าย ๆ ของครอบครัว เช่น ทำอาหารด้วยกัน (cooking together) เล่าเรื่องราวเกี่ยวกับเทศกาลตงจื้อ (sharing Winter Solstice stories) และทำอาหารตามประเพณี (preparing traditional dishes) เด็ก ๆ จะได้เรียนรู้คุณค่าทางวัฒนธรรม (cultural values) ของเทศกาลนี้

การทำเช่นนี้ไม่เพียงสืบทอดจิตวิญญาณของเทศกาลตงจื้อ (carry forward the spirit of Winter Solstice) แต่ยังช่วยรักษามรดกทางวัฒนธรรม (preserve cultural heritage) และส่งต่อให้คนรุ่นต่อไป (pass it on to future generations) ด้วย

ในฐานะเทศกาลที่ทั้งเป็นประเพณีและทันสมัย (a festival both traditional and modern) วันตงจื้อเตือนให้เรามองไปที่ธรรมชาติ ให้คุณค่ากับสายใยครอบครัว และหาช่วงเวลาแห่งความสงบ (find moments of peace in a busy modern life) ท่ามกลางชีวิตสมัยใหม่ที่วุ่นวาย

### 5. สรุป

วันตงจื้อเป็นวันสำคัญที่เต็มไปด้วยความหมายลึกซึ้ง เป็นการผสมผสานธรรมชาติและวัฒนธรรม (an important festival blending nature and culture) ไม่เพียงบอกการเปลี่ยนผ่านของฤดูกาล (seasonal changes) แต่ยังเป็นสัญลักษณ์ของการรวมตัวของครอบครัว (family reunion) และการสืบทอดวัฒนธรรม (cultural heritage) ด้วย การได้ลิ้มรสทังหยวน (Tangyuan) และเกี๊ยว (Dumplings) และร่วมพิธีบูชาบรรพบุรุษ (ancestral worship) ทำให้รู้สึกถึงความพิเศษของวันนี้ เป็นวันที่ให้คุณค่ากับสายสัมพันธ์ในครอบครัว (family bonds) และต้อนรับแสงสว่างและความหวัง (hope and light)

วันตงจื้อเตือนให้เราหยุดพัก ซาบซึ้งกับจังหวะของธรรมชาติ (appreciate the rhythm of nature) ให้คุณค่ากับเวลาที่ใช้ร่วมกับครอบครัว (cherish time spent with loved ones) และต้อนรับการมาถึงของปีใหม่ (embrace the coming of a new year) ด้วยหัวใจที่เต็มเปี่ยมด้วยความขอบคุณ (a heart full of gratitude) ขอให้เราสืบทอดประเพณีนี้ (continue this tradition) แผ่ความรักและความกลมเกลียว (spread love and harmony) และเติมความหวังและพลังให้อนาคต (infuse the future with hope and strength)

บทความที่เกี่ยวข้อง: [ที่มาและประเพณีของคริสต์มาส](https://ambitious-learner.com/resources/christmas-origin-and-traditions)

## คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

### ตงจื้อปี 2026 ตรงกับวันที่เท่าไรของเดือน

ตงจื้อ (冬至) ปี 2026 ตรงกับวันอังคารที่ 22 ธันวาคม เวลา 4:50 น. ตามเวลาไต้หวัน ตงจื้อกำหนดจากตำแหน่งของดวงอาทิตย์ และตรงกับวันที่ 21 หรือ 22 ธันวาคมของทุกปี

### ทำไมวันตงจื้อจึงกินทังหยวน?

ทังหยวนทรงกลมเป็นสัญลักษณ์ของความกลมเกลียวและความสมบูรณ์ของครอบครัว ในวันตงจื้อมีธรรมเนียมที่ครอบครัวจะกินด้วยกัน ในไต้หวันยังมีคำพูดว่า “กินทังหยวนแล้วอายุเพิ่มขึ้นหนึ่งปี”

### ถังหยวน (湯圓) ภาษาอังกฤษเรียกว่าอะไร

พูดว่า tangyuan ตรง ๆ หรืออธิบายว่าเป็น glutinous rice balls ก็ได้ เวลาแนะนำให้เพื่อนต่างชาติ พูดได้ว่า "Tangyuan are sweet glutinous rice balls we eat on the winter solstice."

### ตงจื้อกับเซี่ยจื้อ (วันครีษมายัน) ต่างกันอย่างไร?

ตงจื้อ (Winter Solstice) คือวันที่กลางวันสั้นที่สุดในซีกโลกเหนือ ตรงกับประมาณวันที่ 21-22 ธันวาคม ส่วนเซี่ยจื้อ (Summer Solstice) คือวันที่กลางวันยาวที่สุด ตรงกับประมาณวันที่ 21 มิถุนายน
